วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Learning Log Week 09

สิ่งที่ได้เรียนรู้

- การอัพเว็บขึ้นบนเซิร์ฟเวอร์
1.ดู server ที่เราจะนำไปฝากไว้ครับว่าเขารองรับ CMS Joomla หรือป่าว

2.แบ็คอัพเว็บไซต์เราก่อน เพื่อความปลอดภัย

3.Export ไฟล์ฐานข้อมูลของเว็บไซต์ออกมา ชนิดของไฟล์ฐานข้อมูลที่ดีที่สุดก็คือไฟล์แบบ SQL

4.แก้ไขไฟล์ configuration.php หลักการของขั้นตอนนี้ก็คือ ทุกเว็บไซต์ที่สร้างด้วย Joomla รายละเอียดการทำงานของเว็บไซต์ จะถูกบันทึกเก็บเป็นค่าไว้ในไฟล์ configuration.php และไฟล์นี้จะอยู่ที่ไดเรกทอรีรากของเว็บไซต์ ในไฟล์นี้จะบันทึกค่ารายละเอียดพื้นฐานของเว็บไซต์ ที่นำไปใช้กำหนดค่าการทำงานในทุกส่วนของเว็บไซต์ โดยหลักๆที่เราต้องแก้ก็คือ

- var $host ชื่อโฮสต์ของเว็บเซิร์ฟเวอร์ (โฮสต์ของดาต้าเบส) ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ชื่อ localhost กัน แต่ถ้าโฮสติ้งแห่งใหม่ที่ไปใช้บริการตั้งค่าเป็นชื่ออื่น ก็ต้องเปลี่ยนค่าตรงนี้ให้ตรงกับชื่อใหม่ด้วย ซึ่งถ้าเป็นของฮาวโฮสก็คือ localhost ครับ
- var $user ชื่อผู้ใช้ฐานข้อมูล เปลี่ยนเป็นชื่อที่กำหนดขึ้นบนเว็บเซิร์ฟเวอร์ของโฮสติ้ง
- var $password รหัสผ่านใหม่ สำหรับเข้าใช้ฐานข้อมูล
- var $db ชื่อไฟล์ฐานข้อมูลใหม่
- var $ftp_host ชื่อโฮสต์ของ FTP ให้เราใส่เป็น ftp.domain.com ครับ
- var $ftp_port หมายเลขพอร์ตของ FTP จะเป็น 21
- var $ftp_user ชื่อผู้ใช้งาน FTP
- var $ftp_pass รหัสผ่านผู้ใช้งาน FTP
- var $ftp_root ตำแหน่งราก (root) ของการใช้ FTP เข้าถึงเว็บไซต์
- var $tmp_path ตำแหน่งบนฮาร์ดดิสก์จริง (Absolute path) ของไดเรกทอรี่ tmp ของเว็บไซต์บนเซิร์ฟเวอร์ เช่น ถ้าเป็นของฮาวโฮสก็จะเป็น /var/www/vhosts/domain.com/httpdocs/tmp
- var $log_path ตำแหน่งบนฮาร์ดดิสก์จริง (Absolute path) ของไดเรกทอรี่ logs ของเว็บไซต์บนเซิร์ฟเวอร์ เช่น ถ้าเป็นของฮาวโฮสก็จะเป็น /var/www/vhosts/domain.com/httpdocs/logs
- var $live_site เป็นค่า URL ของเว็บไซต์ เช่น “http://www.example.com” หรือ “http://www.example.com/joomla” เป็นต้น

เมื่อแก้ไขทั้งหมดเสร็จแล้ว ให้เซฟไว้ที่เดิม

5.อัพโหลดทุกไฟล์ไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่ใหม่โดยใช้ FTP เช่น filezilla

6.Import ฐานข้อมูลของเราขึ้นไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์ โดยผ่าน phpmyadmin ของเซิร์ฟเวอร์นั่นๆ โดยสามารถดูวิธีการ import ฐานข้อมูลได้จาก http://killthewhat.com/plesk-panel/import-database/

7.ทดลองเข้าเว็บไซต์ของเราว่าเป็นยังงัย มีอะไรผิดพลาดหรือไม่ เพียงเท่านี้เราก็จะย้ายสำเร็จแล้ว


เว็บที่แนะนำในการอัพโหลด joomla ที่เราได้ทำขึ้นค่ะ http://www.thport.com/


- รายงานความคืบหน้าของเว็บไซต์ Lady's Corner


สิ่งที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม/เตรียมมาครั้งหน้า

ทำเว็บไซต์ให้เสร็จเรียบร้อย โดยเอาคำแนะนำไปปรับแก้


ข้อเสนอแนะ


เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนยุ่งอยู่กับผลงานของตัวเอง เลยไม่ค่อยสนใจในห้อง ปล่อยให้ไปศึกษาด้วยตัวเองก็ดีค่ะ

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553

Learning Log Week 08


สิ่งที่ได้เรียนรู้

- เรียนรู้การเปลี่ยนโลโก้ให้กับเว็บของเรา โดยการสร้างภาพขึ้นมาใหม่ แล้วเซฟทับไฟล์โลโก้เดิมในโฟลเดอร์ เทมเพลต
- ลองสร้าง Section, Catagory และ Article
- การเพิ่มเมนู
- การสร้างโมดูล ล็อกอิน
- การตั้ง Access Level ให้เป็น registered
- การใช้ Component Contact ในการสร้างช่องทางการติดต่อ
- การสร้างเมนูสำหรับหน้าสมาชิก

และเรียนรู้เทคนิคจากเพื่อนๆในการสร้าง
Pop-up เมื่อเปิดหน้าเว็บเข้ามา
การเปลี่ยนไอคอนของเว็บ



สื่งที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม/เตรียมมาในครั้งหน้า


ไปศึกษาเรื่องการสร้างเว็บด้วยจุมล่าเพิ่มเติม
ร่าง Site Structure เว็บไซต์ของเราเอง


ข้อเสนอแนะ

ให้ไปอ่านแล้วลองทำมาก่อนแล้วมาทำพร้องกันในห้อง ช่วยให้เข้า้ใจได้ง่ายขึ้น และเป็นไปได้เร็วขึ้นค่ะ

วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2553

Learning Log Week 07



สิ่งที่ได้เรียนรู้

การทำเว็บแบบเก่า(html) มีข้อจำกัดมากมาย เช่น

- แก้ไขลำบาก

- ยุ่งยาก เสียเวลาในการพัฒนา

- อัพเดทได้ยาก ต้องตามดูแลระบบอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

- ไม่ได้แยกส่วนโครงสร้าง กับเนื้อหาออกจากกัน

- การแก้ไขลิงค์ทำได้ยาก

Content management system (CMS) ระบบบริหารจัดการข้อมูล

ช่วยสร้าง บริหารเว็บสำเร็จรูป

ตัวอย่างซอฟแวร์ที่สร้างเว็บ

WordPress นิยมทั่วโลก มีplug in เสริมจำนวนมาก

Drupal สามารถใส่คอมเมนต์ได้ ขึ้นอยู่กับว่าจะตั้งอย่างไร

Google Sites มีเทมเพลตสำเร็จรูป ไม่ส

ามารถปรับแต่งตามต้องการได้มากนัก ใช้งานง่าย เหมือนการเขียนบล็อก

Mambo ต้นแบบของจุมล่า

Joomla นิยมมากในปัจจุบัน ปรับแต่

งรูปแบบได้ตามต้องการ ฟังก์ชั่นมาก ปรับแต่งเทมเพลตได้


Learning Management System(LMS) นำเสนอความรู้ สนับสนุนอีเลิร์นนิ่ง

สิ่งที่แตกต่างจาก CMS: สามารถติดตาม ประเมินผลได้

ตัวอย่าง

Blackboard ดาวน์โหลด ประเมิน เข้าบทเรียน ไม่ค่อยยืดหยุ่นในการปรับแต่ง

Atutor ออกแบบ ปรับแต่งได้ตามความต้องการ พัฒนาเนื้อหาแบบออน

ไลน์ได้

Moodle ออกแบบรายวิชาได้ตามความต้องการ มีฟังก์ชันมาก ช่วยจัดการเรียนการสอนออนไลน์ได้ง่าย มีโครงสร้าง

ตายตัว

Learnsquare ระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ออนไลน์ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ สื่อมัลติมีเดีย สามารถโต้ตอบได้เหมือนในห้องเรียนปกติ


Joomla: Front-end และ Back-end

Front-end เป็นส่วนพื้นที่ขอ

งหน้าเว็บที่ผู้ชมจะเห็น

Back-end เป็นส่วนของadministratorในการจัดการเว็บไซต์ ซึ่งสามารถปรับ ตั้งค่าต่างๆได้มากมาย ประกอบด้วยเมนู: Site, Menus, Content,

Components, Extensions, tools และ Help


Content in Joomla

มีโครงสร้าง 3 ส่วนหลัก คือ

Section > Catagory > Article


Joomla extension

Module แสดงผลบนหน้าเว็บไซต์ ว่าจะวางตำแหน่งใดของเว็บ

Component แสดงผลหน้าเว็บไซต์ สร้างลิงค์จากเมนูได้โดยตรง มีได้ component เดียวต่อหน้า

Plugin ตรวจจับข้อมูลระหว่างผู้ชมกับผู้ดูแลเว็บ

community builder เสริมการจัดเก็บข้อมูลของผู้ใช้ให้มีระเบียบ การลงทะเบียน

Docman จัดการเอกสารเป็นหมวดหมู่ กำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึง

Expose’ ห้องแสดงภาพส่วนตัว ปรับแต่งการแสดงผลได้หลายรูปแบบ

Kunena เปิดฟอรั่มในเว็บไซต์ ระบบpm การรวบรวมสถิติต่างๆ

JCE จัดการเนื้อหารูปภาพ มัลติมีเดียขั้นสูง


สิ่งที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม/เตรียมมาครั้งหน้า

ศึกษาวิธีการสร้างเว็บไซต์ด้วย Joomla โดยศึกษาจากเอกสารที่อาจารย์ให้ และศึกษาด้วยตนเองจากหนังสือที่ต้องไปค้นคว้า หรือจากแหล่งอื่นๆ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเรียนในวันที่ 18 ม.ค.


ข้อคิดเห็น

เพิ่งเริ่มต้นรู้จักกับ Joomla เป็นครั้งแรก เลยรู้สึกว่าการเรียนในวันนี้เป็นไปค่อนข้างเร็ว ข้อมูลแน่นเอียดเลยค่ะ


วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2552

Learning Log Week 06

สิ่งที่ได้เรียนรู้

วันนี้เป็นการนำเสนอWebQuest ของเราให้อาจารย์ดูความคืบหน้า และติชม เพื่อปรับปรุงแก้ไขส่วนที่ยังขาดตกบกพร่อง

ภาพหน้าเว็บที่ออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว


โดยสิ่งที่จะต้องปรับปรุงเพิ่มเติม คือ
- การส่งงานของภาระงานที่1 เปลี่ยนไปส่งใน Blog หรือ Discussion Board
- ขั้นของภาระงาน สร้างเป็นใบงานขึ้นมา
- เพิ่มรายละเอียดของเว็บแหล่งข้อมูล
- รายละเอียด Teacher's Page


สิ่งที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม/เตรียมมาครั้งหน้า

กลับไปพัฒนาเว็บให้สมบูรณ์แบบ และทำขั้นตอนการออกแบบและจัดทำเว็บไซต์ สำหรับการสอบ


ข้อเสนอแนะ

มีความรู้สึกว่ากลุ่มแรกๆ อาจารย์ยังไม่เหนื่อย ก็เลยคอมเม้นท์ละเอียดกว่ากลุ่มท้ายๆค่ะ

วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2552

Learning Log Week 05

สิ่งที่ได้เรียนรู้

Photobucket

การสร้าง Animation อย่างง่าย ด้วย Image Ready

- File >import >Folder as frames >เลือกรูปที่ต้องการจะใช้

- สามารถปรับตั้งเวลาของการแสดงภาพแต่ละภาพได้ที่หน้าต่าง Animation

- บันทึกภาพ File > Save optimized as > .gif > save

Dream Weaver

1. สร้างโฟลเดอร์

2. ตั้งค่า site: new > site> ตั้งชื่อ> no เพราะจะไม่ใช้ server technology> เลือกว่าจะเก็บที่ไหน> none> Done

ตั้งค่าภาษา

- Page properties> Title Encoding>ในช่อง Encoding ตั้งค่าเป็น Unicode (UTF-8)

ตั้งค่าเว็บเพจเบื้องต้น

ในPage properties จะประกอบด้วย

Appearance เป็นการตั้งค่าหน้าตาของเว็บเพจเรา พื้นหลัง ตัวอักษร

Links ตั้งค่าการเชื่อมโยง

Heading ด้านบนหัวของไซต์

Title/Encoding ตั้งค่าภาษา ตัวอักษร

Tracing Image เป็นแบบในการออกแบบ เหมือนเป็นแผ่นใส

การสร้างตาราง ช่วยในการจัดวาง

- Insert> Table > ตั้งค่าRoll และ Column ตามที่จะใช้ (Pixel ขนาดจะเท่ากับที่เรากำหนด percent จะเท่าความกว้างหน้าจอ)

การใช้ตารางช่วยจัดองค์ประกอบของเว็บเพจ

- Insert >Image

- ดึงรูปภาพที่จะใช้ เข้ามาในหน้าเว็บเพจ จัดให้ได้ตามต้องการ

- สามารถปรับสีพื้นหลังในแต่ละช่องได้ โดยการเลือก Background Color

การสร้าง Template เพื่อจะได้มีรูปแบบที่เหมือนกันทั้งเว็บไซต์

- File > Save as template

- สร้างตารางขึ้นมาในส่วนที่เป็นพื้นที่ว่างทางด้านขวา

- Insert> Template Objects >Editable Region เป็นส่วนพื้นที่ ที่แก้ไขได้ > save

การสร้าง Rollover Button

- เลือกเครื่องมือ Rollover image เลือกภาพที่ต้องการจะใส่ เป็นภาพแบบ Original และ Rollover

- เมื่อลอง previewดู จะเห็นว่า เมื่อนำเม้าส์ไปวางที่ด้านบนปุ่มนั้น รูปจะเปลี่ยนสี


สิ่งที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม/เตรียมมาครั้งหน้า
ศึกษาการใช้งาน DreamWeaver เพิ่มเติม และเริ่มจัดทำ Webquest ของกลุ่มตนเอง รวมทั้งศึกษา Web 2.0 tools, Add-Ons ต่างๆ เพื่อนำมาใช้งานกับเว็บของตนเอง

ข้อเสนอแนะ
วันนี้รู้สึกว่าเรียนเยอะมากๆเลยค่ะอาจารย์ ข้อมูลเริ่มตีกัน งงไปหมดเลย อยากให้เรียนไปพร้อมกันช้าๆกว่านี้















วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 04

สิ่งที่ได้เรียนรู้

แนวคิดการออกแบบเว็บเควสของเพื่อนแต่ละคน ว่ามีการออกแบบกิจกรรม เนื้อหา รูปลักษณ์เป็นอย่างไร จากที่ได้ฟัง ได้ดูมาทั้งหมดในวันนี้ก็พอจะได้ตัวอย่างที่ดีเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาเว็บเควสของตนเอง และตัวอย่างที่ยังไม่ชัดเจน เก็บไว้เพื่อใช้ดูเป็นข้อติชมงานตนเอง เว็บเควสส่วนตัวที่ได้นำเสนอไปวันนี้ ยังควรเพิ่มเติมกิจกรรมเดี่ยวเข้าไปให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติกันอย่างทั่วถึง ส่วน Page design ออกแบบได้ดีแล้ว^^

ขั้นตอนในการใช้สไลด์ในการสร้างงานเว็บ
- ใช้เส้นไกด์มาขีดเพื่อช่วยในการจัดแบ่งหน้าเว็บของเรา
- ใช้เครื่องมือสไลด์ในการแบ่งภาพแต่ละส่วนๆให้ครบ
- บันทึกไฟล์เป็น .psd
- กำหนดการเชื่อมโยงโดย คลิกขวาที่สไลด์ที่ต้องการ >edit slide options แล้วกำหนดที่อยู่เว็บ และรายละเอียดทั้งหมดให้ครบ
- บันทึกสไลด์เป็นเว็บเพจ เลือก File> save for web แล้วตั้งสกุลภาพเป็น jpeg >save
- เลือกรูปแบบการเซฟเป็น HTML and Images (*html)


สิ่งที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม/เตรียมมาครั้งหน้า

- จับคู่ทำเว็บเควส
- ออกแบบหน้าเว็บไซต์ของเรา และกิจกรรม+ภาระงานทั้งหมด
- การใช้ html link หน้าเว็บของเรา

ข้อเสนอแนะ

วันนี้ให้เพื่อนคอมเม้นต์งานของเพื่อนกันเอง รู้สึกว่ายังไม่ได้เนื้อหา หรือประเด็นที่ควรติชมจริงๆ อยากให้อาจารย์คอมเม้นต์ด้วยค่ะ แต่พูดในห้องอาจจะนานไป อาจจะส่ง feedback เข้าอีเมล์ค่ะ

วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 03

สิ่งที่ได้เรียนรู้

ADDIE การออกแบบบทเรียนอย่างมีระบบ

Analyze การวิเคราะห์ วัตถุประสงค์บทเรียน กลุ่มเป้าหมาย สภาพแวดล้อม บริบท
Design การเขียน site structure, story board, interfacedesign
*rapid prototype ออกแบบคร่าวๆ เป็นต้นแบบ ก่อนไปออกแบบจริง
Develop การพัฒนา tools software ต่างๆ
Implement การนำไปทดลองใช้
Evaluate การประเมินผล ด้าน SME: เนื้อหา เว็บ, กลุ่มเป้าหมาย

ADDIE กับการออกแบบ WBI
A วิเคราะห์ วัตถุประสงค์บทเรียน ผู้เรียน พื้นฐาน ผู้เรียน เนื้อหา แหล่งความรู้ สื่อที่เหมาะสม
D (site structure) การกำหนดโครงสร้าง แผนการดำเนินงาน แต่ละหน้า จะมีเนื้อหาเป็นแบบไหน กิจกรรมแบบใด
D (พัฒนา) ระบุเนื้อหา รูปแบบของเนื้อหาที่จะใช้ page design แต่ละหน้าจะมีอะไร
I (การนำไปใช้) ทดลองใช้กับผู้สอน ผู้เรียน เตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในบทเรียนนั้นๆ
E ตรวจสอบความถูกต้อง คุณภาพของบทเรียน ประเมินระหว่างการพัฒนา เพื่อปรับปรุงข้อมูล ประเมินหลัง เพื่อให้ผู้ใช้งานจริงได้
ประเมิน

GAGNE การออกแบบบทเรียนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน 9 ขั้นตอน

Gain attention
ใช้ภาพสี เสียง แอนิเมชัน เพื่อดึงความสนใจจากผู้เรียน
Inform learner objective แจ้งให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ ใช้หน้าแรกในการนำเสนอวัตถุประสงค์
Stimulate recall of prior learning
กระตุ้นความรู้เดิม เพื่อเชี่อมโยงความรู้ใหม่ ใช้ถามตอบ real time chatroom post คำถามไว้ให้ตอบ pretest
Present the content นำเสนอเนื้อหา รูปแบบสไลด์ e-document flash movie สรุปเนื้อหาเฉพาะคอนเซปท์ vdo clip CAI
Provide learning guidance ให้คำแนะนำระหว่างกาเรียน โพสต์FAQ Help post คำถามไว้
Elicit performance ตรวจสอบดู จากพฤติกรรม แบบฝึกหัด ควิซ ให้งานกลุ่ม ให้ผู้เรียนส่งงานผ่านcommunication tools
Provide feedback ให้ข้อเสนอแนะผู้เรียน ผู้สอนเสนอแนะประเด็นต่างผ่านทาง communication tool ได้ feedback ว่าถูกหรือผิด
Assess performance ประเมินผล ว่าได้เรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ไหม บนเว็บตรวจสอบโดยการเช็คว่าผู้เรียนเข้ามาเรียนกี่ครั้ง เสนอความคิดเห็นกี่ครั้ง ทำงานกลุ่ม ส่งเป็นชิ้นงาน
Enhance retention and transfer to the jobเพิ่มเติม ทบทวน และการนำไปใช้ต่อ เชื่อมโยงกับโจทย์ case study สื่อสารผ่าน discussion board เป็นการบ้าน

หลักการในการออกแบบ WBI

เนื้อหา

- กำหนดวัตถุประสงค์
- เลือกใช้สี
- การใช้หัวข้อใหญ่ ย่อย
- ใช้ถ้อยคำ ง่าย สั้น กระชับ
- ใช้สื่อประสมต่างๆ ดึงดูดความสนใจ
- ใช้ตารางเพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรม

กิจกรรม

เน้นกิจกรรม
- แบบประสานเวลา chat เสียง
- ไม่ประสานเวลา blog email board
- แบบร่วมมือ ใช้ทั้งสองแบบประสมกัน

Site Structure
Analyze การวิเคราะห์วัตถุประสงค์ของเว็บไซต์ กลุ่มผู้ชม/กลุ่มเป้าหมาย เนื้อหา และศึกษาแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น เลือกใช้สีสะอาดตาสำหรับเว็บไซต์เครื่องสำอาง

Design
1. การเขียนsite structure
สำคัญที่สุด กำหนดแผนผัง การจัดวางตำแหน่งwebpageทั้งหมด ช่วยให้ไม่สับสน จัดตามกลุ่มเนื้อหา/ กลุ่มผู้ชม
แนวคิดการเขียน site structure อีกแบบ
Sequence ลำดับไปทีละหน้า ข้อมูลไม่มาก
Hierarchy เป็นลำดับชั้น เหมาะกับที่มีwebpage มากๆ
Combination เหมาะกับเว็บที่ซับซ้อน ผสมทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน
2. การเขียน storyboard
3. การออกแบบหน้าเว็บ page design

Page Design การออกแบบหน้าเว็บเพจ
มี 4 องค์ประกอบ
1. Page header ส่วนบนสุด ใส่ชื่อเว็บ หรือผู้ให้การสนับสนุน เป็นส่วนที่ผู้ใช้จะมองมากที่สุด
2. Navigation Bar ส่วนที่เชื่อมโยงไปยัง webpage ต่างของเว็บ
3. Page body ใส่เนื้อหาหลัก มีตัวนำทางย่อยๆ นิยมอยู่ด้านขวา
4. Page footer ใส่ชื่อหน่วยงาน ชื่อทำ banner ผู้ให้การสนับสนุน

หลักการออกแบบ
1. ความเรียบง่าย ให้มีแต่องค์ประกอบหลักๆ
2. ความสม่ำเสมอ แต่ละหน้าไม่มีความแตกต่างกันมากเกินไป
3. การใช้สี โทนร้อน-เย็น ช่วยสร้างความพึงพอใช้ให้ผู้ใช้ มีอิทธิพลในการกระตุ้นอารมณ์ ที่ต่างกัน
เย็น รู้สึกสงบ ความสุภาพ อ่อนโยน
ร้อน ตื่นเต้น รุนแรง ช่วยให้หายจากความเฉื่อยชา
สีโทนกลาง ขาว ดำ เทา น้ำตาล
สียังช่วยสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร เช่นจุฬาฯ เลือกใช้ สีชมพูเข้ม เพื่อให้ดูเป็นทางการ

การออกแบบระบบนำทาง ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว และไม่หลงทาง
เครื่องนำทาง ประกอบด้วย
เมนูหลัก ปรากฏอยู่บนเว็บเพจทุกหน้า
เมนูเฉพาะลุ่ม
เครื่องมือเสริม ช่องค้นหน้า แผนที่เว็บ
ระบบนำทางที่ดี
- เข้าถึงง่าย
- สื่อความหมาย
- มีความสม่ำเสมอ มีระบบ
- มีการตอบสนองเมื่อใช้งาน
- จำนวนรายการที่พอเหมาะ
- มีทางเลือกหลากหลาย
- มีลิงค์ให้กลับโฮมเพจเสมอ

สิ่งที่ต้องเตรียมมา/ศึกษาเพิ่มเติม
ศึกษาการออกแบบเว็บเพจ และออกแบบเว็บเควสของตนเอง
เตรียม PPT มาพรีเซนท์ในครั้งหน้า

ข้อเสนอแนะ
วันนี้เรียนเยอะมากเลยค่ะอาจารย์ แล้วก็งงๆด้วยเพราะรู้สึกว่ามันเยอะไปหมด ไม่รู้ว่าในไฟล์ Word ที่เป็นตาราง ADDIE กับ Gagne จริงๆแล้วต้องเขียนอะไร ยังอธิบายไม่ชัดค่ะ
งานWebquest ทำเป็นคู่ก็ดีค่ะอาจารย์ จะได้ช่วยกะนคิด ช่วยกันทำ