วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
Learning Log Week 09
- การอัพเว็บขึ้นบนเซิร์ฟเวอร์
1.ดู server ที่เราจะนำไปฝากไว้ครับว่าเขารองรับ CMS Joomla หรือป่าว
2.แบ็คอัพเว็บไซต์เราก่อน เพื่อความปลอดภัย
3.Export ไฟล์ฐานข้อมูลของเว็บไซต์ออกมา ชนิดของไฟล์ฐานข้อมูลที่ดีที่สุดก็คือไฟล์แบบ SQL
4.แก้ไขไฟล์ configuration.php หลักการของขั้นตอนนี้ก็คือ ทุกเว็บไซต์ที่สร้างด้วย Joomla รายละเอียดการทำงานของเว็บไซต์ จะถูกบันทึกเก็บเป็นค่าไว้ในไฟล์ configuration.php และไฟล์นี้จะอยู่ที่ไดเรกทอรีรากของเว็บไซต์ ในไฟล์นี้จะบันทึกค่ารายละเอียดพื้นฐานของเว็บไซต์ ที่นำไปใช้กำหนดค่าการทำงานในทุกส่วนของเว็บไซต์ โดยหลักๆที่เราต้องแก้ก็คือ
- var $host ชื่อโฮสต์ของเว็บเซิร์ฟเวอร์ (โฮสต์ของดาต้าเบส) ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ชื่อ localhost กัน แต่ถ้าโฮสติ้งแห่งใหม่ที่ไปใช้บริการตั้งค่าเป็นชื่ออื่น ก็ต้องเปลี่ยนค่าตรงนี้ให้ตรงกับชื่อใหม่ด้วย ซึ่งถ้าเป็นของฮาวโฮสก็คือ localhost ครับ
- var $user ชื่อผู้ใช้ฐานข้อมูล เปลี่ยนเป็นชื่อที่กำหนดขึ้นบนเว็บเซิร์ฟเวอร์ของโฮสติ้ง
- var $password รหัสผ่านใหม่ สำหรับเข้าใช้ฐานข้อมูล
- var $db ชื่อไฟล์ฐานข้อมูลใหม่
- var $ftp_host ชื่อโฮสต์ของ FTP ให้เราใส่เป็น ftp.domain.com ครับ
- var $ftp_port หมายเลขพอร์ตของ FTP จะเป็น 21
- var $ftp_user ชื่อผู้ใช้งาน FTP
- var $ftp_pass รหัสผ่านผู้ใช้งาน FTP
- var $ftp_root ตำแหน่งราก (root) ของการใช้ FTP เข้าถึงเว็บไซต์
- var $tmp_path ตำแหน่งบนฮาร์ดดิสก์จริง (Absolute path) ของไดเรกทอรี่ tmp ของเว็บไซต์บนเซิร์ฟเวอร์ เช่น ถ้าเป็นของฮาวโฮสก็จะเป็น /var/www/vhosts/domain.com/httpdocs/tmp
- var $log_path ตำแหน่งบนฮาร์ดดิสก์จริง (Absolute path) ของไดเรกทอรี่ logs ของเว็บไซต์บนเซิร์ฟเวอร์ เช่น ถ้าเป็นของฮาวโฮสก็จะเป็น /var/www/vhosts/domain.com/httpdocs/logs
- var $live_site เป็นค่า URL ของเว็บไซต์ เช่น “http://www.example.com” หรือ “http://www.example.com/joomla” เป็นต้น
เมื่อแก้ไขทั้งหมดเสร็จแล้ว ให้เซฟไว้ที่เดิม
5.อัพโหลดทุกไฟล์ไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่ใหม่โดยใช้ FTP เช่น filezilla
6.Import ฐานข้อมูลของเราขึ้นไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์ โดยผ่าน phpmyadmin ของเซิร์ฟเวอร์นั่นๆ โดยสามารถดูวิธีการ import ฐานข้อมูลได้จาก http://killthewhat.com/plesk-panel/import-database/
7.ทดลองเข้าเว็บไซต์ของเราว่าเป็นยังงัย มีอะไรผิดพลาดหรือไม่ เพียงเท่านี้เราก็จะย้ายสำเร็จแล้ว
เว็บที่แนะนำในการอัพโหลด joomla ที่เราได้ทำขึ้นค่ะ http://www.thport.com/
- รายงานความคืบหน้าของเว็บไซต์ Lady's Corner
สิ่งที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม/เตรียมมาครั้งหน้า
ทำเว็บไซต์ให้เสร็จเรียบร้อย โดยเอาคำแนะนำไปปรับแก้
ข้อเสนอแนะ
เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนยุ่งอยู่กับผลงานของตัวเอง เลยไม่ค่อยสนใจในห้อง ปล่อยให้ไปศึกษาด้วยตัวเองก็ดีค่ะ
วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553
Learning Log Week 08

สิ่งที่ได้เรียนรู้
- เรียนรู้การเปลี่ยนโลโก้ให้กับเว็บของเรา โดยการสร้างภาพขึ้นมาใหม่ แล้วเซฟทับไฟล์โลโก้เดิมในโฟลเดอร์ เทมเพลต
- ลองสร้าง Section, Catagory และ Article
- การเพิ่มเมนู
- การสร้างโมดูล ล็อกอิน
- การตั้ง Access Level ให้เป็น registered
- การใช้ Component Contact ในการสร้างช่องทางการติดต่อ
- การสร้างเมนูสำหรับหน้าสมาชิก
และเรียนรู้เทคนิคจากเพื่อนๆในการสร้าง
Pop-up เมื่อเปิดหน้าเว็บเข้ามา
การเปลี่ยนไอคอนของเว็บ
สื่งที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม/เตรียมมาในครั้งหน้า
ไปศึกษาเรื่องการสร้างเว็บด้วยจุมล่าเพิ่มเติม
ร่าง Site Structure เว็บไซต์ของเราเอง
ข้อเสนอแนะ
ให้ไปอ่านแล้วลองทำมาก่อนแล้วมาทำพร้องกันในห้อง ช่วยให้เข้า้ใจได้ง่ายขึ้น และเป็นไปได้เร็วขึ้นค่ะ
วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2553
Learning Log Week 07
สิ่งที่ได้เรียนรู้
การทำเว็บแบบเก่า(html) มีข้อจำกัดมากมาย เช่น
- แก้ไขลำบาก
- ยุ่งยาก เสียเวลาในการพัฒนา
- อัพเดทได้ยาก ต้องตามดูแลระบบอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
- ไม่ได้แยกส่วนโครงสร้าง กับเนื้อหาออกจากกัน
- การแก้ไขลิงค์ทำได้ยาก
Content management system (CMS) ระบบบริหารจัดการข้อมูล
ช่วยสร้าง บริหารเว็บสำเร็จรูป
ตัวอย่างซอฟแวร์ที่สร้างเว็บ
WordPress นิยมทั่วโลก มีplug in เสริมจำนวนมาก
Drupal สามารถใส่คอมเมนต์ได้ ขึ้นอยู่กับว่าจะตั้งอย่างไร
Google Sites มีเทมเพลตสำเร็จรูป ไม่ส
ามารถปรับแต่งตามต้องการได้มากนัก ใช้งานง่าย เหมือนการเขียนบล็อก
Mambo ต้นแบบของจุมล่า
Joomla นิยมมากในปัจจุบัน ปรับแต่
งรูปแบบได้ตามต้องการ ฟังก์ชั่นมาก ปรับแต่งเทมเพลตได้
Learning Management System(LMS) นำเสนอความรู้ สนับสนุนอีเลิร์นนิ่ง
สิ่งที่แตกต่างจาก CMS: สามารถติดตาม ประเมินผลได้
ตัวอย่าง
Blackboard ดาวน์โหลด ประเมิน เข้าบทเรียน ไม่ค่อยยืดหยุ่นในการปรับแต่ง
Atutor ออกแบบ ปรับแต่งได้ตามความต้องการ พัฒนาเนื้อหาแบบออน
ไลน์ได้
Moodle ออกแบบรายวิชาได้ตามความต้องการ มีฟังก์ชันมาก ช่วยจัดการเรียนการสอนออนไลน์ได้ง่าย มีโครงสร้าง
ตายตัว
Learnsquare ระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ออนไลน์ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ สื่อมัลติมีเดีย สามารถโต้ตอบได้เหมือนในห้องเรียนปกติ
Joomla: Front-end และ Back-end
Front-end เป็นส่วนพื้นที่ขอ
งหน้าเว็บที่ผู้ชมจะเห็น
Back-end เป็นส่วนของadministratorในการจัดการเว็บไซต์ ซึ่งสามารถปรับ ตั้งค่าต่างๆได้มากมาย ประกอบด้วยเมนู: Site, Menus, Content,
Components, Extensions, tools และ Help
Content in Joomla
มีโครงสร้าง 3 ส่วนหลัก คือ
Section > Catagory > Article
Joomla extension
Module แสดงผลบนหน้าเว็บไซต์ ว่าจะวางตำแหน่งใดของเว็บ
Component แสดงผลหน้าเว็บไซต์ สร้างลิงค์จากเมนูได้โดยตรง มีได้ component เดียวต่อหน้า
Plugin ตรวจจับข้อมูลระหว่างผู้ชมกับผู้ดูแลเว็บ
community builder เสริมการจัดเก็บข้อมูลของผู้ใช้ให้มีระเบียบ การลงทะเบียน
Docman จัดการเอกสารเป็นหมวดหมู่ กำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึง
Expose’ ห้องแสดงภาพส่วนตัว ปรับแต่งการแสดงผลได้หลายรูปแบบ
Kunena เปิดฟอรั่มในเว็บไซต์ ระบบpm การรวบรวมสถิติต่างๆ
JCE จัดการเนื้อหารูปภาพ มัลติมีเดียขั้นสูง
สิ่งที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม/เตรียมมาครั้งหน้า
ศึกษาวิธีการสร้างเว็บไซต์ด้วย Joomla โดยศึกษาจากเอกสารที่อาจารย์ให้ และศึกษาด้วยตนเองจากหนังสือที่ต้องไปค้นคว้า หรือจากแหล่งอื่นๆ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเรียนในวันที่ 18 ม.ค.
ข้อคิดเห็น
เพิ่งเริ่มต้นรู้จักกับ Joomla เป็นครั้งแรก เลยรู้สึกว่าการเรียนในวันนี้เป็นไปค่อนข้างเร็ว ข้อมูลแน่นเอียดเลยค่ะ
