วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 04

สิ่งที่ได้เรียนรู้

แนวคิดการออกแบบเว็บเควสของเพื่อนแต่ละคน ว่ามีการออกแบบกิจกรรม เนื้อหา รูปลักษณ์เป็นอย่างไร จากที่ได้ฟัง ได้ดูมาทั้งหมดในวันนี้ก็พอจะได้ตัวอย่างที่ดีเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาเว็บเควสของตนเอง และตัวอย่างที่ยังไม่ชัดเจน เก็บไว้เพื่อใช้ดูเป็นข้อติชมงานตนเอง เว็บเควสส่วนตัวที่ได้นำเสนอไปวันนี้ ยังควรเพิ่มเติมกิจกรรมเดี่ยวเข้าไปให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติกันอย่างทั่วถึง ส่วน Page design ออกแบบได้ดีแล้ว^^

ขั้นตอนในการใช้สไลด์ในการสร้างงานเว็บ
- ใช้เส้นไกด์มาขีดเพื่อช่วยในการจัดแบ่งหน้าเว็บของเรา
- ใช้เครื่องมือสไลด์ในการแบ่งภาพแต่ละส่วนๆให้ครบ
- บันทึกไฟล์เป็น .psd
- กำหนดการเชื่อมโยงโดย คลิกขวาที่สไลด์ที่ต้องการ >edit slide options แล้วกำหนดที่อยู่เว็บ และรายละเอียดทั้งหมดให้ครบ
- บันทึกสไลด์เป็นเว็บเพจ เลือก File> save for web แล้วตั้งสกุลภาพเป็น jpeg >save
- เลือกรูปแบบการเซฟเป็น HTML and Images (*html)


สิ่งที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม/เตรียมมาครั้งหน้า

- จับคู่ทำเว็บเควส
- ออกแบบหน้าเว็บไซต์ของเรา และกิจกรรม+ภาระงานทั้งหมด
- การใช้ html link หน้าเว็บของเรา

ข้อเสนอแนะ

วันนี้ให้เพื่อนคอมเม้นต์งานของเพื่อนกันเอง รู้สึกว่ายังไม่ได้เนื้อหา หรือประเด็นที่ควรติชมจริงๆ อยากให้อาจารย์คอมเม้นต์ด้วยค่ะ แต่พูดในห้องอาจจะนานไป อาจจะส่ง feedback เข้าอีเมล์ค่ะ

วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 03

สิ่งที่ได้เรียนรู้

ADDIE การออกแบบบทเรียนอย่างมีระบบ

Analyze การวิเคราะห์ วัตถุประสงค์บทเรียน กลุ่มเป้าหมาย สภาพแวดล้อม บริบท
Design การเขียน site structure, story board, interfacedesign
*rapid prototype ออกแบบคร่าวๆ เป็นต้นแบบ ก่อนไปออกแบบจริง
Develop การพัฒนา tools software ต่างๆ
Implement การนำไปทดลองใช้
Evaluate การประเมินผล ด้าน SME: เนื้อหา เว็บ, กลุ่มเป้าหมาย

ADDIE กับการออกแบบ WBI
A วิเคราะห์ วัตถุประสงค์บทเรียน ผู้เรียน พื้นฐาน ผู้เรียน เนื้อหา แหล่งความรู้ สื่อที่เหมาะสม
D (site structure) การกำหนดโครงสร้าง แผนการดำเนินงาน แต่ละหน้า จะมีเนื้อหาเป็นแบบไหน กิจกรรมแบบใด
D (พัฒนา) ระบุเนื้อหา รูปแบบของเนื้อหาที่จะใช้ page design แต่ละหน้าจะมีอะไร
I (การนำไปใช้) ทดลองใช้กับผู้สอน ผู้เรียน เตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในบทเรียนนั้นๆ
E ตรวจสอบความถูกต้อง คุณภาพของบทเรียน ประเมินระหว่างการพัฒนา เพื่อปรับปรุงข้อมูล ประเมินหลัง เพื่อให้ผู้ใช้งานจริงได้
ประเมิน

GAGNE การออกแบบบทเรียนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน 9 ขั้นตอน

Gain attention
ใช้ภาพสี เสียง แอนิเมชัน เพื่อดึงความสนใจจากผู้เรียน
Inform learner objective แจ้งให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ ใช้หน้าแรกในการนำเสนอวัตถุประสงค์
Stimulate recall of prior learning
กระตุ้นความรู้เดิม เพื่อเชี่อมโยงความรู้ใหม่ ใช้ถามตอบ real time chatroom post คำถามไว้ให้ตอบ pretest
Present the content นำเสนอเนื้อหา รูปแบบสไลด์ e-document flash movie สรุปเนื้อหาเฉพาะคอนเซปท์ vdo clip CAI
Provide learning guidance ให้คำแนะนำระหว่างกาเรียน โพสต์FAQ Help post คำถามไว้
Elicit performance ตรวจสอบดู จากพฤติกรรม แบบฝึกหัด ควิซ ให้งานกลุ่ม ให้ผู้เรียนส่งงานผ่านcommunication tools
Provide feedback ให้ข้อเสนอแนะผู้เรียน ผู้สอนเสนอแนะประเด็นต่างผ่านทาง communication tool ได้ feedback ว่าถูกหรือผิด
Assess performance ประเมินผล ว่าได้เรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ไหม บนเว็บตรวจสอบโดยการเช็คว่าผู้เรียนเข้ามาเรียนกี่ครั้ง เสนอความคิดเห็นกี่ครั้ง ทำงานกลุ่ม ส่งเป็นชิ้นงาน
Enhance retention and transfer to the jobเพิ่มเติม ทบทวน และการนำไปใช้ต่อ เชื่อมโยงกับโจทย์ case study สื่อสารผ่าน discussion board เป็นการบ้าน

หลักการในการออกแบบ WBI

เนื้อหา

- กำหนดวัตถุประสงค์
- เลือกใช้สี
- การใช้หัวข้อใหญ่ ย่อย
- ใช้ถ้อยคำ ง่าย สั้น กระชับ
- ใช้สื่อประสมต่างๆ ดึงดูดความสนใจ
- ใช้ตารางเพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรม

กิจกรรม

เน้นกิจกรรม
- แบบประสานเวลา chat เสียง
- ไม่ประสานเวลา blog email board
- แบบร่วมมือ ใช้ทั้งสองแบบประสมกัน

Site Structure
Analyze การวิเคราะห์วัตถุประสงค์ของเว็บไซต์ กลุ่มผู้ชม/กลุ่มเป้าหมาย เนื้อหา และศึกษาแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น เลือกใช้สีสะอาดตาสำหรับเว็บไซต์เครื่องสำอาง

Design
1. การเขียนsite structure
สำคัญที่สุด กำหนดแผนผัง การจัดวางตำแหน่งwebpageทั้งหมด ช่วยให้ไม่สับสน จัดตามกลุ่มเนื้อหา/ กลุ่มผู้ชม
แนวคิดการเขียน site structure อีกแบบ
Sequence ลำดับไปทีละหน้า ข้อมูลไม่มาก
Hierarchy เป็นลำดับชั้น เหมาะกับที่มีwebpage มากๆ
Combination เหมาะกับเว็บที่ซับซ้อน ผสมทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน
2. การเขียน storyboard
3. การออกแบบหน้าเว็บ page design

Page Design การออกแบบหน้าเว็บเพจ
มี 4 องค์ประกอบ
1. Page header ส่วนบนสุด ใส่ชื่อเว็บ หรือผู้ให้การสนับสนุน เป็นส่วนที่ผู้ใช้จะมองมากที่สุด
2. Navigation Bar ส่วนที่เชื่อมโยงไปยัง webpage ต่างของเว็บ
3. Page body ใส่เนื้อหาหลัก มีตัวนำทางย่อยๆ นิยมอยู่ด้านขวา
4. Page footer ใส่ชื่อหน่วยงาน ชื่อทำ banner ผู้ให้การสนับสนุน

หลักการออกแบบ
1. ความเรียบง่าย ให้มีแต่องค์ประกอบหลักๆ
2. ความสม่ำเสมอ แต่ละหน้าไม่มีความแตกต่างกันมากเกินไป
3. การใช้สี โทนร้อน-เย็น ช่วยสร้างความพึงพอใช้ให้ผู้ใช้ มีอิทธิพลในการกระตุ้นอารมณ์ ที่ต่างกัน
เย็น รู้สึกสงบ ความสุภาพ อ่อนโยน
ร้อน ตื่นเต้น รุนแรง ช่วยให้หายจากความเฉื่อยชา
สีโทนกลาง ขาว ดำ เทา น้ำตาล
สียังช่วยสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร เช่นจุฬาฯ เลือกใช้ สีชมพูเข้ม เพื่อให้ดูเป็นทางการ

การออกแบบระบบนำทาง ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว และไม่หลงทาง
เครื่องนำทาง ประกอบด้วย
เมนูหลัก ปรากฏอยู่บนเว็บเพจทุกหน้า
เมนูเฉพาะลุ่ม
เครื่องมือเสริม ช่องค้นหน้า แผนที่เว็บ
ระบบนำทางที่ดี
- เข้าถึงง่าย
- สื่อความหมาย
- มีความสม่ำเสมอ มีระบบ
- มีการตอบสนองเมื่อใช้งาน
- จำนวนรายการที่พอเหมาะ
- มีทางเลือกหลากหลาย
- มีลิงค์ให้กลับโฮมเพจเสมอ

สิ่งที่ต้องเตรียมมา/ศึกษาเพิ่มเติม
ศึกษาการออกแบบเว็บเพจ และออกแบบเว็บเควสของตนเอง
เตรียม PPT มาพรีเซนท์ในครั้งหน้า

ข้อเสนอแนะ
วันนี้เรียนเยอะมากเลยค่ะอาจารย์ แล้วก็งงๆด้วยเพราะรู้สึกว่ามันเยอะไปหมด ไม่รู้ว่าในไฟล์ Word ที่เป็นตาราง ADDIE กับ Gagne จริงๆแล้วต้องเขียนอะไร ยังอธิบายไม่ชัดค่ะ
งานWebquest ทำเป็นคู่ก็ดีค่ะอาจารย์ จะได้ช่วยกะนคิด ช่วยกันทำ

วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 02

สิ่งที่ได้เรียนรู้

Webquest คือ การเรียนแบบสืบสอบ โดยใช้แหล่งข้อมูลออนไลน์ ที่ผู้จัดทำคัดเลือกมาแล้ ว่าแหล่งข้อมูลนั้นๆน่าเชื่อถือ

มี 5 ขั้นตอนด้วยกัน

1. บทนำ นำเข้าสู่บทเรียน เป็นส่วนที่ต้องดึงดูดความสนใจของผู้เรียน ให้อยากดำเนินกิจกรรม

2. ภาระงาน งานที่มอบหมายให้นักเรียน ผลลัพธ์ที่นักเรียนต้องจัดทำเมื่อจบกิจกรรมนี้แล้ว บอกอุปกรณ์ที่นักเรียนต้องเตรียม

3. กระบวนการ รายละเอียดขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม ใช้ข้อมูลจาก Website ต่างๆที่จัดเตรียมไว้

4. การประเมินผล แสดงเกณฑ์การตัดสิน ว่ามีเกณฑ์อะไรบ้าง ประเมินด้านใดบ้าง ใช้การประเมินแบบ rubric

5. สรุป ให้เห็นความสำคัญ และคุณค่าของเนื้อหา สรุปว่าได้เรียนอะไรไปบ้าง และเพิ่มข้อแนะนำเพื่อให้ผู้เรียนนำความรู้ไปต่อยอด

ลักษณะของWebQuest

- ถูกออกแบบมาล่วงหน้า

- คอยให้คำแนะนำระหว่างกาเรียนรู้

- เชื่อมโยงกับข้อมูลบนเว็บ

- ประเมินตามสภาพจริง ตรงกับสภาพจริงที่จะเจอในสังคม

- คำถามปลายเปิดที่ต้องใช้ทักษะในการสืบสอบ

- การเข้าร่วมกลุ่ม ทำให้เกิดการตีความ แปลความของสารสนเทศให้เข้าใจ

- เป็นเว็บที่ให้เห็นความสำพันธ์ของแนวคิด และโลกของความเป็นจริง

ข้อสังเกตจากการศึกษาเว็บเควสของตนเอง และเพื่อนๆ

- Webquest ของต่างประเทศ จะมีรูปแบบของกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ทำที่น่าสนใจ มีการบูรณาการหลายวิชา แบ่งหน้าที่ให้ผู้เรียนอย่างหลากหลาย พัฒนาทักษะหลายๆด้าน แต่รูปแบบค่อนข้างน่าเบื่อ ไม่เน้นความสวยงามเท่าไหร่

- Webquest ของไทยออกแบบเน้นความสวยงาม น่าสนใจ มีความดึงดูด แต่กิจกรรมธรรมดา

- ข้อสังเกตที่ได้จากการreview Webquest วันนี้ สามารถนำไปใช้พัฒนาการออกแบบเว็บเควสของตนเอง ให้มีรูปแบบที่สวยงาม และภาระงานที่ช่วยพัฒนาผู้เรียนให้ได้จริงๆ

Web 2.0 คือ เว็บไซต์ในปัจจุบันที่ส่งเสริมให้มีการแบ่งปันข้อมูลกันระหว่างผู้ใช้ มีการโต้ตอบระหว่างผู้ให้บริการ และผู้ใช้งาน แทนที่จากระบบเว็บแบบเก่า ที่เป็นลักษณะของการให้บริการอ่านอย่างเดียว ใช้งานง่าย สร้างเนื้อหาได้รวดเร็ว แบ่งผันข้อมูลได้ง่ายขึ้น โดยแบ่งรูปแบบการใช้งานออกเป็นส่วนหลักๆได้ 4 ด้าน คือ

1. Web application toolsเครื่องมือสนับสนุนการทำงานบนเว็บ เช่น Blog Feed และ Widget ต่างๆ

2. Communication toolsเครื่องมือสำหรับติดต่อสื่อสาร เช่น Chat Skype Podcast

3. Community toolsเครื่องมือส่งเสริมการเป็นชุมชนออนไลน์ เช่น Webboard Wiki Social Networking ต่างๆ

4. File sharing tools เครื่องมือที่ช่วยในการแบ่งปันข้อมูล เช่น การแชร์ภาพใน Flickr การแชร์วิดีโอใน YouTube

การนำเครื่องมือต่างๆ บนเว็บมาประกอบการออกแบบการเรียนการสอนผ่านเว็บ

- เครื่องมือ File sharing tools สามารถนำมาเป็นแหล่งที่ให้นักเรียนเข้าไปสืบค้นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำกิจกรรมได้

- Web application tools เช่น การใช้บล็อก เพื่อเป็นการบันทึกความก้าวหน้าในการดำเนินกิจกรรม รายงานผลให้ผู้อื่น รวม ถึง อาจารย์ได้ติดตามงานของผู้เรียน

ออกแบบ Webquest

ANALYSE: กลุ่มเป้าหมาย วัตถุประสงค์ของบทเรียน ฯลฯ

- นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่เรียนภาษาเยอรมัน

- เป็นการศึกษาเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเยอรมนี

- ให้นักเรียนได้รู้จักสถานที่ที่สำคัญในประเทศเยอรมนี และรู้จักการวางแผนการเดินทางด้วยตัวเอง และเป็นพื้นฐานที่ดีในการทำความเข้าใจกับระบบการคมนาคมในประเทศเยอรมนี ที่สามารถวางแผนตนเองทุกเส้นทาง

DESIGN: ระบุเนื้อหาและกิจกรรมในแต่ละขั้นตอนเพื่อนำมาออกแบบและพัฒนา SITE

- มอบหมายให้นักเรียนเป็นผู้ที่กำลังจะจัดทัศนศึกษารอบประเทศเยอรมนี ให้กับนักเรียนกลุ่มหนึ่ง โดยต้องวางแผนเส้นทางการเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทาง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ และน่าสนใจ

- แบ่งหน้าที่ในการจัดการเดินทาง

· ผู้ดูแลเส้นทางการเดินทาง

· มัคคุเทศก์คอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวนั้น

· ผู้ดูแลที่พัก และค่าใช้จ่ายในการเดินทางครั้งนี้

- ให้ลิงค์รวมเว็บไซต์สำหรับสถานที่ท่องเที่ยว เช็คตารางการเดินรถ โรงแรมต่างๆ ให้นักเรียนได้ศึกษา และวางแผนการเดินทาง

Photobucket


สิ่งที่ต้องเตรียมมา

- การออกแบบเว็บเควสของตนเอง

- เนื้อหาและกิจกรรมที่จะใช้ประกอบการสร้างเว็บเควส

ข้อเสนอแนะ

- นั่งเรียนเองกับสไลด์ง่วงนอนมากเลยค่ะอาจารย์

- อยากทำความรู้จักกับ Web 2.0 tools ให้มากกว่านี้ค่ะ

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 01

สิ่งที่ได้เรียนรู้

พัฒนาการของอินเตอร์เน็ต และประโยชน์ของมัน ซึ่งจากคลิปวีดิโอที่ได้ดูไป จะเห็นได้ว่า อินเตอร์เน็ต สามารถเชื่อมต่อทั่วโลกเข้าด้วยกัน ด้วยจำนวนผู้ใช้งานที่มีมากมายมหาศาล และก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นการบูรณาการทุกๆส่วนของสังคมเข้าไว้อย่างง่ายดาย สามารถใช้ได้ทุกที่ พกพาได้สะดวก อินเตอร์เน็ตอยู่กับเราทุกที่ ทุกเวลา ช่วยเปิดประตูสู่โลกกว้าง ยกระดับการศึกษา สามารถมาช่วยให้บริการเกี่ยวกับรัฐได้อีก และยังสร้างโลกสามมิติขึ้นมาใช้ประโยชน์ทั้งในด้านความบันเทิงและอื่นๆอีกมาก

วิวัฒนาการของการศึกษาทางไกล เริ่มต้นมาจาก

+ ยุคของการเรียนทางไปรษณีย์ การเรียนโดยใช้จดหมาย

+ ยุคมหาวิทยาลัยเปิด เรียนผ่านสื่อวิทยุ และโทรทัศน์

+ ยุคของการเรียนผ่านวิดีโอเทป การกระจายเสียง ดาวเทียม และสายเคเบิ้ล

+ ยุคการเรียนผ่านทางเว็บ หรืออินเตอร์เน็ต

+ ยุคของ e-learning ใช้เทคโนโลยีทุกประเภทของอินเตอร์เน็ต ทั้งแบบประสานเวลาและไม่
ประสานเวลา web2.0 การเป็นสมาชิกของสังคมออนไลน์

ศึกษาว่า WBI การเรียนการสอนผ่านเว็บ หรือที่รู้จักกันในอีกคำหนึ่งว่า E-Learning คือ การศึกษาทางไกลผ่านสื่ออิเล็คทรอนิคส์ ซึ่งรวมถึงสื่อทุกชนิดทั้งอินเตอร์เน็ต หรือสื่ออิเล็คทรอนิคส์ที่ใช้เรียนแบบออฟไลน์แต่WBIหมายถึงแค่การเรียนการสอนผ่านเว็บเท่านั้น

แนวคิดของการเรียน E- Learning เพราะ พัฒนาการของเด็กในยุคดิจิทัล และเพื่อความประหยัดเวลาประหยัดทรัพยากร สามารถเรียนที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ เป็นการเรียนที่มีความยืดหยุ่นสูง และเป็นการขยายโอกาสทางการศึกษา

จากงานที่อาจารย์ให้ทำในห้องคือ ให้หาเว็บไซต์ทางการศึกษามาแชร์กันในห้องเรียน ก็ทำให้ได้รู้จักเว็บไซต์ดีๆที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาขึ้นอีกเยอะ และดูไว้เป็นแนวทางในการพัฒนาเว็บไซต์ของตนเองได้อีกด้วย

ความรู้เสริมที่เรียนไปในวันนี้ เรื่องของ web 2.0 เช่นที่เราเพิ่ม gadgets เข้าไปในบล็อกของเรา ก็ทำให้เห็นภาพ และรู้จักการทำงานของweb 2.0 มากขึ้น ว่ามันสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิด และบางอย่างก็ไม่เคยทราบมาก่อน

บทเรียนที่สอง ศึกษาความหมายของ Web-Based Instruction จากที่ได้ฟังคำนิยามของอาจารย์ทุกท่านแล้ว คิดว่า WBI เป็น การจัดการเรียนการสอนผ่านเว็บ ซึ่งสามารถใช้ได้สะดวก ทุกที่ ทุกเวลาที่สามารถเชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ตได้ เป็นการเปิดโลกกว้างทางการศึกษาให้กับทุกคน

องค์ประกอบทั้ง 4 ส่วนของ WBI คือ

+ เนื้อหาของบทเรียน เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ควรออกแบบให้ครอบคลุมเนื้อหาให้มากที่สุด

+ ระบบบริหารการเรียน เป็นศูนย์กลาง กำหนดลำดับเนื้อหาในการเรียน ติดตาม บันทึกความก้าวหน้า
ติดตามผลการเรียน

+ การติดต่อสื่อสาร real-time, non real-time และ interactive

+ การสอบ วัดผลการเรียน ควรวัดจากผลจากการปฏิบัติด้วย ไม่เพียงแต่ชิ้นงานเท่านั้น

พัฒนาการของ WBI จะสอดคล้องกับการพัฒนาเว็บไซต์ ซึ่งในปัจจุบันมีเครื่องมือช่วยสร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปเยอะแยะมากมาย

แนวทางในการนำ web 2.0 ไปใช้ในการไปฝึกสอน คงจะส่งเสริมให้นักเรียนศึกษาหาความรู้จากแหล่งต่างๆ ให้มาก เพราะการเรียนภาษา เรียนในห้องเรียนอย่างเดียว แน่นอนว่าไม่เพียงพอ คิดว่าจะให้นักเรียนฝึกทั้งสี่ทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน ผ่านสังคมออนไลน์ ฝึกอ่าน-ฟังข่าว ดูการ์ตูน ฝึกเขียนบล็อกเรื่องราวง่ายๆ เกี่ยวกับชีวิตประจำวันเป็นภาษาเยอรมัน เพื่อที่นักเรียนจะได้สนุกสนานไปกับเทคโนโลยี และฝึกใช้ภาษาให้คล่องด้วย



สิ่งที่ต้องค้นคว้าเพิ่มเติม/เตรียมมาในครั้งหน้า

- อ่านชีทที่อาจารย์แนบไว้ให้ดาวน์โหลด เรื่อง แนวโน้มของ WBI

- ทบทวนความรู้ที่ได้เรียนไปในวันนี้

- ลองใช้toolsต่างๆ ที่มีใน web 2.0



ข้อเสนอแนะ

- เรียนแบบนี้สนุกดีค่ะอาจารย์ ได้เรียนไปด้วย ทำไปด้วย แต่รู้สึกสับสนกับการเรียนหลายช่องทาง ทั้งที่อาจารย์พูดในห้อง เรียนจากคลิป ดาวน์โหลดเอกสารมาอ่านเอง สไลด์ เว็บไซต์อื่นๆอีกมากมาย รู้สึกเหมือนเรียนเท่าไหร่ ก็กลัวว่ายังจะรู้ไม่หมด แล้วก็หลุดประเด็นจากเนื้อหาที่อาจารย์ต้องการให้เรียนจริงๆไปสนุกกับการไปค้นหาอะไร ใหม่ๆ ที่อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับบทเรียนได้ง่าย

- ในสไลด์ อาจารย์พูดเร็วไปนิดค่ะ